ReadyPlanet.com


หลายปีก่อนแม่ให้เงินไปซื้อที่ อยู่ๆมาบอกว่าจะเอาคืน


ประมาณ 12 ปีก่อน มีแฟนของเพื่อนมาแนะนำให้ไปดูที่ดิน หนูไปดูแล้วชอบ บรรยากาศสงบดี ที่ดินผืนใหญ่ อากาศดี หนูจึงมาบอกแม่ แม่หนูตอนนั้นใจดี ก็เลยซื้อไว้ 

 

โดยแม่ถอนเงินจากบัญชีมาให้หนูค่ะ แล้วกหนูก็เอาเงินสดไปจ่ายคนขายที่กรมที่ดิน

ตอนนั้นราคาไร่ละ 80,000 ทั้งหมด 8 ไร่ เป็นเงิน 640,000 ผู้ขายเป็นคนออกค่าโอน 

แต่แม่ไม่ได้ไปตอนซื้อที่ดินด้วย หนูไปเองกับแฟนของเพื่อน 

 

โฉนดพิมพ์ข้างหลังเป็นชื่อหนูคนเดียวค่ะ แล้วพอโอนเสร็จ ได้โฉนดในวันเดียวกัน หนูก็กลับบ้าน แล้วก็ฝากโฉนดให้แม่เก็บไว้มา 10 ปี ทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไรเลยในระหว่างนี้ 

แล้วเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน หนูขอโฉนดออกมาเก็บเอง เผื่อจะจัดการอะไรให้เป็นประโยชน์ เพราะภาษีที่ดินด้วยค่ะ แม่ก็ให้โฉนดกลับมาเก็บเอง ไม่มีปัญหาอะไรเลย 

 

อยู่ดีๆ โฉนดที่หนูเป็นเจ้าของอยู่ แม่บอกว่า ไม่ใช่ของหนูคนเดียว เป็นของแม่ แม่แค่ใส่ชื่อหนูไว้เท่านั้น 

เหมือนถูกญาติๆยุแหย่ ด้วยมั้งคะ แม่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย 

 

แบบนี้ แม่หนูจะเอาที่ดินคืนได้ไหมคะ แม่หนูยังมีสติดี อ่านออกเขียนได้ แต่ไม่รู้ทำไมไปฟังญาติยุแหย่มา 

ขอความช่วยเหลือด้วยค่ะ จะทำยังไงดี 



ผู้ตั้งกระทู้ ติ๋ม :: วันที่ลงประกาศ 2020-07-25 11:48:04 IP : 182.232.56.76


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4390808)

 ปัญหาชีวิต

 การซื้อที่ดิน และโอนเป็นชื่อของคุณ ผู้เดียว   คุณย่อมมีกรรมสิทธิ์ผู้เดียวโดยสมบูรณ์   ข้ออ้างของแม่  มีน้ำหนักน้อย  ต้องมีการพิสูจน์กันยืดยาวว่า แม่ให้คุณถือกรรมสิทธิ์แทน  คงต้องว่ากันยาวนาน ในชั้นศาล...  ก็คงมีคนยุยง  ซึ่งก็คงไม่ใช่ใครก็คือญาติๆ ที่ต้องการมีส่วนแบ่งในที่ดิน  เพราะความโลภไม่เคยปรานีใคร...คุณน่าจะเก็บโฉนดที่ดินไว้เองแต่แรก  กระดาษแผ่นเดียว น่าจะพอมีที่เก็บได้  การให้แม่เก็บไว้  เมื่อญาติๆมาดูโฉนดที่ดิน มีถึง 8 ไร่ ความโลภอยากได้ ย่อมเกิดขึ้นทันที เมื่อเพลิงริษยาเกิดขึ้น  ก็จะมีการยุยงแม่ว่า แม่มีกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย  ปัญหาจึงเกิดขึ้น....แนวทางแก้ปัญหา

      1. คุณควรแสดงการครอบครองที่ดินแปลงนี้ ให้ชัดเจน  เช่น มีแนวเขต ที่เป็นเสาคอนกรีต ที่ชัดเจน  ถ้ามีผู้อาศัยอยู่ควรทำสัญญาเช่า   เพื่อป้องกันการอ้างการครอบครอบปรปักษ์ ให้ปวดหัว

   2.  เรื่องแม่อ้างกรรมสิทธิ์ร่วม  ควรใช้การเจรจา  โดยคิดคำนวณจากราคาที่ดินซื้อไว้ เมื่อ  12 ปีก่อนว่าแม่ช่วยจ่ายค่าที่ดินเท่าไร ก็แบ่งที่ดินให้แม่ตามสัดส่วน  เรื่องน่าจะจบลงได้ อย่างสันติ

  3.  ใช้ไม่แข็ง  ไม่ยอมแบ่งปันที่ดิน  โดยยึดหลักการที่ว่า แม่ช่วยซื้อที่ดิน  เป็นการให้โดยเสน่หา  แม่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เว้นคุณประพฤติเนรคุณ (เช่นทำร้ายแม่ ทำให้แม่เสียชื่อเสีย หรือ บอกปัดไม่ช่วยแม่ เมื่อแม่ยากไร้ฯ...แต่ถ้าคุณไหวตัวทัน ไม่ต่อปากต่อคำกับแม่ แม่คงทำอะไรไม่ได้...ในข้อกฎหมาย คุณอยู่ในฐานะได้เปรียบ)การใช้ไม้แข็ง  ก็อาจจะมีการฟ้องร้องกันยืดยาว การมีคดีกับแม่ สังคมย่อมมองในแง่ลบ  คุณคงต้องไตร่ตรองดูเองว่า  จะเลือกทางไหน ด้วยความปรารถนาดี ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2020-07-26 09:23:53 IP : 101.51.220.240



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.