ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ศาลต่างๆ
dot
bulletศาลฎีกา
bulletศาลอุทธรณ์
bulletศาลแพ่ง
bulletศาลแพ่งกรุงเทพใต้
bulletศาลแพ่งธนบุรี
bulletศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ
bulletศาลล้มละลายกลาง
bulletศาลภาษีอากรกลาง
bulletศาลเยาวชน-ครอบครัวกลาง
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletศาลปกครอง
bulletศาลทั่วราชอาณาจักร
dot
หน่วยงานกฎหมาย
dot
bulletคณะรัฐมนตรี
bulletรัฐสภา
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
bulletสำนักงาน ปปช.
bulletสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง
bulletสำนักงาน ปปง.
bulletสำนักงาน ปปส.
bulletสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
bulletกรมบังคับคดี
bulletกรมคุมประพฤติ
bulletกรมราชทัณฑ์
bulletกรมสอบสวนคดีพิเศษ
bulletกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
bulletสนง. คุ้มครองผู้บริโภค
bulletคู่มือบริการประชาชน
dot
หน่วยงานทางธุรกิจ
dot
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletกรมที่ดิน
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมศุลกากร
bulletกรมทรัพย์สินทางปัญญา
bulletกรมธนารักษ์
bulletธนาคารแห่งประเทศไทย
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมคุ้มครองแรงงาน
bulletกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
dot
ตรวจค้นข้อมูลต่างๆ
dot
bulletกฎหมาย
bulletราชกิจจานุเบกษา
bulletศูนย์ข้อมูลภาครัฐ
bulletบุคคลล้มละลาย
bulletการขายทอดตลาด
bulletราคาประเมินที่ดิน
bulletข้อมูลทะเบียนธุรกิจ
bulletข้อมูลงบการเงิน
bulletภาษีมูลค่าเพิ่ม
bulletข้อมูลประกันสังคม
bulletgoogle
bulletสิทธิบัตร
bulletYAHOO
bulletฐานข้อมูลภาครัฐ
dot
เฉพาะเจ้าหน้าที่ปมุขกฎหมาย
dot
bulletระบบห้องสำนวนออนไลน์
bulletระบบมอบงานแบบออนไลน์
bulletระบบรายงานคดี
dot
บริการของปมุขกฎหมาย
dot
dot
เฉพาะลูกค้าปมุขกฎหมาย
dot
bulletระบบติดตามงานออนไลน์
bulletสัญญาออนไลน์
dot
สมัครสมาชิกรับข่าวกฎหมาย (ฟรี)

dot
bulletติดต่อใช้บริการ ปมุขกฎหมาย




สู้คดีบัตรเครดิต

            ทำอย่างไร เมื่ออยู่ในสถานะ “จำเลย”

           

การตกอยู่ในสถานะจำเลย จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณในฐานะลูกหนี้ ไม่ชำระเงินคืน หรือชำระเงินคืนล่าช้ากว่ากำหนดเวลา  ซึ่งปกติแล้วธนาคารหรือบริษัทผู้ให้บริการสินเชื่อ จะมีการทวงถามก่อน อาจเป็นทางจดหมาย หรือโทรศัพท์ และมักจะเป็นกรณีที่คุณไม่มีการชำระหรือขาดการชำระหลายงวด หรือหลายครั้ง และในสถานการณ์นี้เอง หากคุณไม่มีการชำระเงินคืนอีก อาจทำให้สุดท้ายแล้ว คุณต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล และ        คุณจะตกเป็นจำเลย เพื่อให้มีการรับผิดชดใช้เงินคืน ต่อไป ตามกระบวนการทางกฎหมาย.

 

            เมื่อคุณตกอยู่ในสถานะ “จำเลย” หรือลูกหนี้ผู้ผิดนัดชำระหนี้  เราขอแนะนำว่า

1. คุณควรตั้งสติให้ดี และคำนวณความสามารถที่แท้จริงขณะนั้นว่า คุณมีเงิน        ที่จะชำระคืนเจ้าหนี้หรือไม่ หากยังพอมีเงินสดอยู่ในมือบ้าง หรืออาจยังมีงานมีเงินเดือนเพียงพอที่จะชำระคืน แต่เป็นเงินในอนาคต. ขอให้คุณลองบวกลบคูณหาร เพื่อหาแนวทางส่วนตัวของคุณเอง ว่าคุณจะชำระคืน หรือต้องการแบ่งชำระคืน อย่างใด หากคุณพบว่า        มีแนวโน้มที่จะคืนเงินหรือชำระหนี้ได้แล้ว ขอให้คุณติดต่อกับเจ้าหนี้ เพื่อไกล่เกลี่ย           ผ่อนชำระเงินคืน ซึ่งบางครั้งเจ้าหนี้อาจมีข้อเสนอใหม่ โดยอาจทำให้คุณหยุดการคิดดอกเบี้ย หรือลดยอดหนี้ลงไปกว่าเดิม ก็เป็นได้

2. หากคุณไม่มีความสามารถในการชำระคืนจริงๆ หรือติดต่อขอแบ่งชำระหนี้ไม่สำเร็จ ขอให้คุณใจเย็นๆ ไว้ก่อน เพราะกว่าที่เจ้าหนี้จะดำเนินการฟ้องคดีคุณนั้น          จะต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่ง ในตอนนี้เอง ที่จะเป็นประโยชน์กับคุณ โดยคุณควรจะรวบรวมหรือตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อใช้ประกอบการตัดสิน หากมีการฟ้องคดี และต้องมีการชำระหนี้คืนจริงๆ

3. เมื่อเจ้าหนี้มีการฟ้องร้องให้คุณตกเป็นจำเลย  การดำเนินคดีในศาลไม่มีเรื่อง   น่ากลัวเลย ในทางกลับกันอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้ เพราะข้อดีของการถูกฟ้องเป็นจำเลย จะทำให้คุณมีโอกาสต่อรองขอลดยอดหนี้กับเจ้าหนี้ โดยมีผู้ไกล่เกลี่ยหรือ                   ผู้พิพากษาเป็นตัวกลาง คอยแนะแนวทางให้กับคุณ และการถูกบังคับคดีมีกระบวนการตามกฎหมายที่แน่นอนควบคุมอยู่

4. หากไม่สามารถเจรจาต่อรองในศาล และเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดี         หากลูกหนี้ไม่ชำระคืน ภายในกำหนดเวลาของกฎหมาย เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้ แต่จะต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยศาลจะเป็นผู้แต่งตั้ง ให้เป็นตัวกลางในการยึดและอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้.

5. ณ ที่นี้ เราขอกล่าวให้เห็นคร่าวว่า การบังคับคดี ไม่อาจกระทำได้กับ ทรัพย์สินต่อไปนี้

- ทรัพย์สินที่เป็นข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ซึ่งมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามเจ้าหนี้ดำเนินการยึด เพื่อนำมาชำระหนี้  เช่น ทรัพย์สินในบ้านที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อาจเป็น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องครัว ทีวี แต่ในกรณีที่ไม่จำเป็นในการดำรงชีวิต เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา ชุดโฮมเทียเตอร์ เป็นต้น เจ้าหนี้ก็มีสิทธิที่จะยึดได้

- ทรัพย์สินที่ใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน หรือเครื่องมือที่จำเลยใช้ประกอบอาชีพตามปกติ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ยึด เช่น หากจำเลยมีอาชีพ ขายอาหาร และต้องใช้ไมโครเวฟ หรือเตาอบขนมปัง เพื่อใช้ในการทำอาหาร คิดเป็นเงิน 50,000 บาท เช่นนี้เจ้าหนี้จะยึดทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้ แต่หากเครื่องมือประกอบอาชีพ            มีราคาสูงกว่า 100,000 บาท เจ้าหนี้ก็นำยึดได้ แต่จำเลยก็อาจร้องขอต่อศาล เพื่อไม่ให้ยึด ก้ได้ โดยศาลจะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามเห็นสมควร

- เงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนต่างๆ เจ้าหนี้มีสิทธิขออายัดได้ โดยเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ในการสืบให้ได้ว่า จำเลยทำงานหรือไม่ และอยู่ที่ใด เพื่อจะอายัดสิทธิเรียกร้องเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น สิทธิที่จะได้รับเงินเดือนจากนายจ้าง ค่าล่วงเวลา เงินโบนัส ค่าจ้างทำงานต่างๆ แต่การอายัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง เจ้าหนี้จะดำเนินการ ได้แค่ 30% ของเงินเดือนหรือค่าคอมมิชชั่น, และ 50% ของเงินโบนัส ส่วนเงินเงินตอบแทนกรณีลูกหนี้ออกจากงาน อายัดได้ทั้งหมด เป็นต้น.

 

6. ในบางครั้งลูกหนี้ที่ผิดนัด อาจถูกเจ้าหนี้ฟ้องร้องให้อยู่ในสถานะล้มละลาย            หรือตามกฎหมายถือว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่จะต้องเป็นกรณี ที่ลูกหนี้ซึ่งบุคคลธรรมดา เป็นหนี้ ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท แต่หากลูกหนี้เป็นนิติบุคคล ต้องตกเป็นหนี้ ไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท และหนี้ที่ถูกฟ้อง ต้องเป็นหนี้ที่กำหนดจำนวนได้แน่นอน แม้ว่าหนี้สินนั้นจะยังไม่ครบกำหนดชำระก็ตาม การถูกฟ้องร้องให้ล้มละลาย จะแตกต่างจากการถูกฟ้องร้องทั่วไป คือ จะมีมาตการควบคุมลูกหนี้ โดยจะมีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เป็นผู้ดูแลรายได้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งหมดของลูกหนี้ และจะกำหนดเงินให้ลูกหนี้ใช้จ่าย เพียงเท่าที่จะสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว เท่านั้น ทุกครั้งที่มีสิทธิได้รับเงินหรือทรัพย์สินใด ต้องรายงานให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ ลูกหนี้จะออกไปนอกราชอาณาจักรไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้ไม่มีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เว้นแต่จะเป็นการกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้.

 

            สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงข้อปลีกย่อยบางส่วน เพื่อให้เห็นสภาพ และสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากคุณต้องตกอยู่ในสถานะลูกหนี้ หรือจำเลย (หากถูกฟ้องคดี) เท่านั้น                    แต่ประเด็นสำคัญที่สุด ที่คุณควรทราบ น่าจะอยู่ตรงที่ว่า

ทำอย่างไรคุณจึงจะหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ ???

มีกระบวนการอะไรบ้าง ที่คุณจะชำระหนี้คืน น้อยที่สุด และนานที่สุด ???

มีขั้นตอนอย่างใดบ้างที่คุณในฐานะ “จำเลย” จะชนะคดี ???

 

ดังนั้นเราจึงขอเสนอ คู่มือทำอย่างไรให้ชนะคดี : สู้อย่างเซียน กับคดีบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสด

เพื่อให้คุณได้ทราบและเข้าใจกระบวนการหรือขั้นตอนทางกฎหมายอย่างละเอียด อันจะทำให้คุณสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อตั้งสติ เมื่อต้องตกเป็นจำเลย              เพราะคนส่วนใหญ่ มักจะรู้สึกตื่นตระหนก และไม่เข้าใจว่า ควรทำอย่างใดบ้าง สิ่งนี้เอง  ทำให้ลูกหนี้ หรือจำเลยบางคน ตัดสินใจผิดพลาด หรือหาทางออกที่อาจทำให้ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไปกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ เช่นการคิดสั้น ฆ่าตัวตาย หรือการเลือกที่จะไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ถูกขูดรีดดอกเบี้ย มากกว่าเดิม ถูกทวงหนี้อย่างเหี้ยมโหด ตามที่ปรากฏ         ในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกวัน

อย่ารีรอ หรือชักช้าที่จะ ที่จะเลือกใช้บริการของเรา เพื่อนำคู่มือไปใช้ประกอบในการตัดสินใจ เพราะจะทำให้คุณเกิดความเชื่อมั่น และมีความพร้อมเพื่อรับมือกับ “หนี้สิน”           ที่คุณอาจกำลังประสบอยู่ การเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะตกอยู่ในสถานะ “จำเลย”           โดยการศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง เพื่อเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการวางแผนจัดการกับปัญหาและเป็นเครื่องป้องกันการโดนหลอกจากผู้ไม่ประสงค์ดี หรืออย่างน้อยที่สุดก็เพื่อใช้เป็นความรู้ติดตัว กรณีที่คนใกล้ตัว คนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิท กำลังเผชิญปัญหาเหล่านี้

 

คู่มือของเราจะประกอบไปด้วยเนื้อหาความรู้ ในส่วนที่ว่า ทำอย่างไรคุณจึงจะหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ ??? มีกระบวนการอะไรบ้าง ที่คุณจะชำระหนี้คืน น้อยที่สุด และนานที่สุด ??? มีขั้นตอนอย่างใดบ้างที่คุณในฐานะ “จำเลย” จะชนะคดี ???

คุณไม่อยากพบหรือหาทางออกที่ดีที่สุด ให้กับตัวเองหรือ ...

คุณไม่อยากทราบจริงๆ หรือว่า วิธีการเจรจาไกล่เกลี่ย, ขั้นตอนการดำเนินคดี, กฎหมายที่เกี่ยวข้อง, รูปแบบคำให้การต่อสู้คดีในฐานะจำเลย, แนวทางการยื่นคำให้การ, จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องว่าจ้างทนายความเข้าสู้คดี, ตัวอย่างพร้อมแนวทางคำพิพากษาของศาล, การทำให้ถูกบังคับคดีน้อยที่สุด..เป็นอย่างใด ทำได้อย่างไร

คณะทำงานผู้จัดทำคู่มือประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง มีความรู้ประสบการณ์ในทางคดี ทั้งในด้านการเจรจาไกล่เกลี่ย, การวางแผนในการดำเนินคดี,           การต่อสู้คดีในชั้น และการดำเนินการชั้นบังคับคดี. คุณจึงสามารถไว้วางใจได้ถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของคู่มือฉบับนี้  คุณไม่จำเป็นต้องกังวล แม้คุณจะไม่มีความรู้ทางกฎหมาย คุณก็สามารถอ่านคู่มือของเราได้อย่างเข้าใจ เพราะเราอธิบายทุกขั้นตอนไว้        อย่างชัดเจน มีคำแนะนำในทุกสถานการณ์ที่อาจตรงกับสิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่ และที่สำคัญคุณสามารถใช้คู่มือของเรา เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่า คุณควรจะทำสิ่งใดต่อไป และทำ ณ เวลาใด จึงจะเกิดประโยชน์กับคุณมากที่สุด

 

คู่มือของเรา มีทั้งในรูปแบบของไฟล์เพื่อใช้เปิดสำหรับโปรแกรม word และ adobe ( .doc  - .pdf )  และมีอยู่ในรูปแบบเอกสาร โดยไม่ต้องเปิดผ่านคอมพิวเตอร์

คุณสามารถชำระเงินโดยโอนผ่านบัญชีธนาคาร ..................เลขบัญชี .........................ประเภท ......  ชื่อบัญชี นายปมุข ศิริอังกุล (เจ้าของเวปไซด์กฎหมาย) จากนั้น ขอให้คุณแจ้งการโอนเงิน และแจ้งว่าต้องการคู่มือในแบบใด ระหว่าง ไฟล์คอมพิวเตอร์ กับ เอกสาร พร้อมแจ้งอีเมลล์ หรือที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร  โดยแจ้งมาที่ โทรศัพท์ ................................... เราจะดำเนินการจัดส่งไฟล์คู่มือ (คอมพิวเตอร์) ให้กับคุณภายใน  12 ชั่วโมง นับแต่ได้รับแจ้ง หรือหากคุณต้องการเป็นเอกสาร

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



คุ่มือกฎหมาย

รู้ทัน ป้องกัน แก้ไข คดีบัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสด
บททั่วไป



Copyright © 2010 All Rights Reserved.