ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ทำร้ายร่างกาย

ทำร้ายร่างกาย


ขอเรียนถามค่ะ ดิฉันเคยมาสอบถามแล้วที่มีเรื่องกับเพื่อนบ้านตอนนี้เรื่องถึงศาลแล้ว ดิฉันวางเงินประกันตัวเอง หนึ่งแสนสองหมื่นบาทเพื่อสู้คดี และยังไม่เชื่อในการรักษาของคู่กรณี ใบแพทย์ลงว่า บาดแผลช้ำบวมจะใช้เวลารักษาสองสัปดาห์ และกระดูกดั้งจมูกที่ร้าวใช้เวลาหนึ่งเดือนในการเชื่อมติดกันอย่างสมบูรณ์ และฟ้องในมาตรา297 ดิฉันจำเป็นต้องสู้คดีเพราะดิฉันไม่เชื่อว่าเค้าจะบาดเจ็บสาหัส ทุกขเวทนา เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ก็ยังเห็นเค้าขายของตามปกติ และออกมาส่งน้ำตามปกติ ถ้าสาหัสควรที่จะต้องรักษาตัว และดั้งจมูกก็ไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่าเค้าบาดเจ็บ ใบหน้าก็ไม่มีอะไร

จึงอยากจะเรียนถามว่า ในเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่า บาดแผลช้ำบวม รักษาสองสัปดาห์ ดั้งจมูกร้าวเชื่อมต่อได้เอง 1เดือน คำว่าเชื่อมต่อภายใน1เดือน เป็นเพียงการสัณนิฐานของแพทย์ซึ่งบอกไม่ได้ว่าจะเชื่อมกันได้เมือ่ไหร่ หรืออาจจะเร็วก่อนหน้านั้น

ดิฉันไม่เชื่ออาการบาดเจ็บของเค้า และ ใบคำฟ้องลงว่าดิฉันชกที่ใบหน้าหลายๆครั้ง ถ้าชกเป็นเพียงยกแรกแต่ต่างฝ่ายต่างตีกัน ยกสอง ดิฉันตบเค้าและกระชากผมเค้า จึงทำให้ดิฉันรับสารภาพไม่ได้ ดิฉันจำเป็นต้องสู้คดี   ขอบพระคุณค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ คนเจียมตัว :: วันที่ลงประกาศ 2008-01-22 23:04:21 IP : 125.24.160.83


[1]

ความเห็นที่ 1 (1421866)

ลืมบอกไปค่ะ ฟ้องโดย พนักงานอัยการ เป็นโจทก์

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเจียมตัว วันที่ตอบ 2008-01-23 06:12:13 IP : 125.25.128.159


ความเห็นที่ 2 (1423154)

ในกรณีที่คุณจะสู้คดี ต้องถาม ว่า จะสู้ในประเด็นไหนครับ ข้อต่อสู้ในคดี ทำร้ายร่างกาย ตามที่ถามมา จะมีข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาดังนี้ คือ

      1.มีการทำร้ายร่างกายจริงหรือไม่

      2. ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ เสียหาย ตามคำฟ้องหรือไม่

       ตาม ข้อ 1.ข้อเท็จจริง คงรับฟังยุติ ว่า มีการทำร้ายร่างกายกันจริงๆ แต่ ข้อยกเว้น ที่จะไม่ต้องรับโทษ มี อยู่ บางกรณี เท่านั้น เช่น บันดาลโทสะ ป้องกันตัว ฯลฯ 

    แต่ตาม 2 ที่ว่า ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บเสียหายตามฟ้องหรือไม่ นั้น ศาลจะพิจารณา จากความเห็นของแพทย์ ครับ เพราะถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในการตรวจรักษา และเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ ฝ่ายจำเลย มักจะหักล้างได้ยากมากๆ ครับ ในเชิงคดี  ลำพัง ข้ออ้างของฝ่ายจำเลย ที่ว่า เห็นจำเลยค้าขายอยู่ ไม่พักผ่อน  ไม่สามารถหักล้างความเห็นของแพทย์ ได้ครับ

        กระบวนการยุติธรรมบ้านเรา ตำรวจทำสำนวน สอบความเห็นแพทย์ แล้ว ก็เสนอให้ พนักงานอัยการพิจารณา จะฟ้องคุณต่อศาล เป้นลำดับครับ ซึ่งว่าไปตามพยานหลักฐานที่ ตำรวจสอบสวนมา  เพราะฉะนั้นคุณจะสู้คดีในประเด็นนี้ คงต้องเหนื่อยหน่อย นะครับ 

        ยังไง ก็ขอให้โชคดีในการต่อสู้คดีนะครับ

6519/2547

โจทก์ พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดปากพนัง

จำเลย นายอนุรักษ์หรือหนึ่ง เสนปาน

อาญา ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส (มาตรา 297)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา

297 (ที่ถูกมาตรา 297 (8)) จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์

แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น

อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกาย

ผู้เสียหายโดยไม่มีเจตนาทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสนั้น เห็นว่า ความผิด

ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 297 เป็นเหตุที่ทำให้ผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295

ต้องรับโทษหนักขึ้นเพราะผลที่เกิดจากการกระทำโดยที่ผู้กระทำไม่จำต้องมีเจตนาต่อ

ผลที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยใช้ท่อนไม้ขว้าง

ปาผู้เสียหายถูกบริเวณศีรษะทำให้ผู้เสียหายตกรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ แม้

จำเลยไม่มีเจตนาให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสคงมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย

ก็ตาม จำเลยก็ต้องรับผิดในผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลยที่ทำร้ายผู้เสียหาย

จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) ฎีกา

ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยต่อไปว่า สมควรรอการลงโทษจำคุก

ให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยใช้ท่อนไม้ขว้างปาผู้เสียหายถูกบริเวณศีรษะ

ขณะผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้เสียหายตกรถจักรยานยนต์ได้รับ

บาดเจ็บสมอบถูกกระทบกระเทือน มีแผลฉีกขาดที่หูข้างขวา แผลถลอกบวมที่ไหล่

ข้างขวาและกระดูกดั้งจมูกหัก ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาถึง 2 เดือน พฤติการณ์

การกระทำของจำเลยไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายและเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับ

ขณะเกิดเหตุจำเลยมีอายุ 20 ปี และประกอบอาชีพการงานแล้ว จำเลยย่อมมีความ

รู้สึกผิดชอบชั่วดี แม้ไม่ปรากฏว่าจะเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และมีภาระต้อง

เลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวก็ไม่สมควรรอการลงโทษ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รอการลงโทษ

จำคุกให้แก่จำเลย เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกา

จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

(ชวลิต ตุลยสิงห์ - พิชิต คำแฝง - ขวัญชัย ปิ่นรอด)

สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ - ย่อ

พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา - ตรวจ

 

  

1001/2547

โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี

จำเลย นางเพียร เหล่าแค

อาญา เจตนา ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส

(มาตรา 59 วรรคสอง, 295, 297 (5))

วิธีพิจารณาความอาญา ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง (มาตรา 218 วรรคหนึ่ง)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำร้ายนางคำสา มิ่งขวัญ ผู้เสียหาย โดยจับศีรษะผู้เสียหาย

กระแทกเสาเรือนและใช้เท้าถีบท้องของผู้เสียหายซึ่งอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ 3 เดือน

เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสแท้งลูก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมาย

อาญา มาตรา 297

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา

297 (5) จำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในปัญหา

ข้อกฎหมายประการแรกว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา

297 (5) หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำไปโดยไม่มีเจตนาพิเศษประสงค์

ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลว่าการทำร้ายร่างกายนั้นจะเป็นเหตุให้ผู้เสียหายแท้งลูก

จำเลยจึงไม่ควรมีความผิดฐานนี้นั้น เห็นว่า ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจน

เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เป็นเหตุ

ที่ทำให้ผู้กระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 ต้องรับโทษหนักขึ้น

เพราะผลที่เกิดจากการกระทำ โดยที่ผู้กระทำไม่จำต้องประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็ง

เห็นผลถึงอันตรายสาหัสนั้น ดังนั้น แม้จำเลยจะทำร้ายผู้เสียหายโดยหามีเจตนาทำให้

แท้งลูกตามฎีกาก็ตาม เมื่อผลจากการทำร้ายนั้นทำให้ผู้เสียหายต้องแท้งลูกแล้ว

จำเลยก็ต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (5) ที่ศาลล่าง

ทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า ผู้เสียหายสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลย ผู้เสียหาย

จึงมิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ

และพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ

จำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 2 ปี ศาล

อุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์

ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า ขณะผู้เสียหายนั่งอยู่บนแคร่จำเลยเดินเข้าไปตบผู้เสียหาย

จนตกจากแคร่ แล้วจิกผมให้ศีรษะผู้เสียหายกระแทกกับเสา เมื่อมีผู้เข้ามาห้าม จำเลย

ก็ถีบที่ท้องของผู้เสียหาย อันเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยทำร้ายผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว

ดังนั้น ที่จำเลยฎีกามาว่าผู้เสียหายสมัครใจทะเลาะวิวาทกับจำเลยจึงเป็นการโต้แย้ง

ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย

ปัญหาข้อกฎหมาย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมาย

ดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาข้อนี้ขึ้นมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์

ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

(ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ - ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช - รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์)

สมบัติ พฤฒิพงศภัค - ย่อ

วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญสกุล - ตรวจ

        

5334/2546

โจทก์ พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี

จำเลย นายวสันต์ ทันตานนท์

อาญา ตัวการ อันตรายสาหัส (มาตรา 83, 297 (8))

วิธีพิจารณาความแพ่ง ฎีกา ข้อที่มิได้ว่ากันมาในศาลล่าง (มาตรา 249 วรรคหนึ่ง)

วิธีพิจารณาความอาญา นำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลม (มาตรา 15)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก 3 คน ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้

ร่วมกันใช้ขวดสุรา 1 ใบ เป็นอาวุธตีประทุษร้ายร่างกายนายพงศ์ศิลป์ ภูนะพงษ์

ผู้เสียหายหลายครั้งที่บริเวณศีรษะและเตะต่อยหลายครั้ง จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตราย

แก่กายถึงสาหัส กะโหลกศีรษะยุบต้องทุพพลภาพและเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนา

และประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน เหตุเกิดที่ตำบลในเมือง อำเภอ

เมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 83, 297

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา

295 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 4,000 บาท คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวน

เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวล

กฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 3,000 บาท พิเคราะห์

พฤติการณ์แห่งคดีแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาส

จำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตาม

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมาย

อาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวล

กฎหมายอาญา มาตรา 83, 297 (8) ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยเข้ามอบตัวและให้

การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน

โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษแก่จำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยร่วมกับนายเดี่ยว

หรือเด่นพงษ์ วรสันต์ ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยใช้ขวดเครื่องดื่มเกลือแร่ตีศีรษะ

ผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมาย

อาญา มาตรา 295 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุ

ให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ประกอบ

มาตรา 83 ส่วนจำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ

ศาลชั้นต้น ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยร่วมกับนายเดี่ยวทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย

จึงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยจะฎีกาโต้แย้งข้อเท็จจริงทำนองว่า

จำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องมีเพียงนายเดี่ยวผู้เดียวเท่านั้นที่ทำร้ายผู้เสียหาย

หาได้ไม่ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 63

ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับ

วินิจฉัยให้

คดีคงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยว่า ผู้เสียหายได้รับ

บาดเจ็บจนเป็นอันตรายสาหัสหรือไม่ เห็นว่า จากผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของ

แพทย์ตามเอกสารหมาย จ.3 ระบุว่า ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีรอยช้ำบวมที่ศีรษะ

ด้านหน้า จมูกมีแผลฉีกขาด 0.5 เซนติเมตร มีแผลฉีกขอบเรียบที่ข้อมือซ้าย

และจากการเอ็กซเรย์กะโหลกศีรษะพบว่ากะโหลกศีรษะด้านหน้าบริเวณเหนือคิ้วขวายุบ

ใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน ซึ่งนายดามร ประสิทธิภูริปรีชา แพทย์ผู้ตรวจรักษา

บาดแผลของผู้เสียหายเบิกความว่าบริเวณกะโหลกศีรษะที่ยุบนั้นมีรอยแตกบริเวณ

ผิวหนังเป็นรอยฉีกขาดเหนือคิ้วยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร โดยผู้เสียหายได้รับ

การรักษาทางยาแต่ไม่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด จะเห็นได้ว่า การที่กะโหลก

ศีรษะตอนหน้าผากซึ่งมีสภาพเป็นของแข็งเมื่อถูกทุบให้ยุบเข้าไปย่อมเป็นที่ประจักษ์

แจ้งชัดว่ากะโหลกศีรษะที่บุบยุบเช่นนี้ไม่อาจกลับคืนสู่สภาพปกติได้ดังเดิม แม้แพทย์

จะระบุว่าบาดแผลของผู้เสียหายหากรักษาให้หายต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็ตาม

แต่ฟังได้เพียงว่าเป็นการรักษาบาดแผลจากภายนอกเท่านั้น หากได้ทำให้กระดูกส่วนที่

ยุบลงไปแล้วกลับคืนเป็นปกติไม่ และได้ความจากแพทย์ผู้รักษาอีกว่า บาดแผล

ดังกล่าวใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน กรณีกะโหลกศีรษะยุบต้องใช้เวลา 4 ถึง 4

สัปดาห์จึงจะหาย หลังเกิดเหตุเป็นเวลาหลายเดือนผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษามาเบิก

ความว่า เมื่ออ่านหนังสือมาก ๆ เจ็บบริเวณศีรษะ แสดงว่าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ

อาการทุกขเวทนาและไม่สามารถประกอบกรณียกิจตามปกติได้เป็นเวลาเกินกว่ายี่สิบวัน

ถือได้ว่าเป็นอันตรายสาหัส การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานทำร้ายผู้อื่น

จนได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8) มิใช่เป็นเพียง

ได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ดังฎีกาของจำเลย

ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า การที่จำเลยกับพวกใช้ขวด

เครื่องดื่มเกลือแร่เป็นอาวุธตีทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายครั้งจนได้รับอันตรายสาหัส

ลักษณะการกระทำดังกล่าวเป็นการรุมทำร้ายผู้เสียหายโดยไม่ยำเกรงกฎหมายของ

บ้านเมือง พฤติการณ์การกระทำของจำเลยกับพวกจึงเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม สมควร

ลงโทษเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจไม่รอการ

ลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้นเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกา

จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

(สดศรี สัตยธรรม - วิรัช ลิ้มวิชัย - มานะ ศุภวิริยกุล)

จุลเจษฎ์ ฉัตราคม - ย่อ

พลประสิทธิ์ ฤทธิ์รักษา - ตรวจ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปมุข วันที่ตอบ 2008-01-23 17:40:14 IP : 58.8.101.112


ความเห็นที่ 3 (1423214)

ขอขอบพระคุณท่านประมุขค่ะ คือเมื่อครั้งแรกดิฉันได้รับสารภาพที่โรงพักเอาไว้เพราะเวลานั้นดิฉันต้องการจะไกล่เกลี่ยกับเค้า ทาง พงส.ก็บอกว่างั้นคุณก็รับสารภาพแล้วไปให้ศาลปรับและเมื่อไปแล้วเป็นศาลแพ่ง เค้าไม่รับเพราะว่าเข้าคดีอาญา และตอนนี้ดิฉันจำเป็นต้องสู้ ทั้งที่ดิฉันไม่อยากจะสู้อยากจะสารภาพเลยว่า ทำไปเพราะบันดาลโทษะ แต่พอใบแพทย์ของเค้าลงแบบนั้นและฟ้องว่าอาการสาหัสเลยทำให้ดิฉันไม่กล้ารับเลย เลยต้องสู้คดี แต่คงจะเป็นทะเลาะวิวาทไม่ได้ เพราะรอบแรกเค้าสมัครใจด้วย แต่รอบสองเค้าใช้คำหยาบคายซึ่งต่ำมาก ทำให้ดิฉันตบเค้าแล้วกระชากผมเค้า และเวลาน้นสามีเค้าจะเข้ามาชกดิฉัน ดิฉันก็พยายามจะป้องกันตัวเอง ตอนนี้ดิฉันจะทำอย่างไรต่อคะใจก็กลัวจะแพ้คดี ลูกอีก 3 คน ใครจะดูแล กลุ้มใจมากค่ะดิฉันจะขอ ถแหลงต่อศาลได้หรือไม่ว่าดิฉันยังต้องดูแลลูกไม่มีญาติพีน้อง และเมื่อนัดต่อไปเป็นนัดครั้งที่สองดิฉันจะสารภาพได้หรือไม่ว่ากระทำไปโดยเป็นการบันดาลโทษะ แต่ปฏิเสธไปเพราะไม่เชื่อว่าเค้าจะสาหัส

 

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเจียมตัว วันที่ตอบ 2008-01-23 18:14:39 IP : 125.25.148.10


ความเห็นที่ 4 (1423436)
เอา อย่างนี้ นะ คุณ ลองคิดดู แบบใจเป็นกลาง ก่อน ว่า ถ้า คุณเป็นคนอื่น คุณจะตัดสินให้ใคร เป็นฝ่ายชนะ คุณ หรือคู่กรณีคุณ ใครเป็นฝ่ายแพ้ เหตุ ผล ที่คุณอ้าง มา มีเหตุมีผล ฟังขึ้นหรือเปล่า คิดแบบคนกลางแบบไม่ต้องเข้าข้างตัวเอง ว่า พอจะมีทางชนะคดี หรือเปล่า ถ้ามีทางชนะ ถ้ามั่นใจ ว่าจะชนะ ก็สู้ คดีไปครับ แต่ ถ้าคิดว่าไม่มีทางชนะคดี ก็ควรแถลงต่อศาล ว่า มี่ความประสงค์จะบรรเทาผลร้ายให้ผู้เสียหาย ขอให้ศาลช่วยไกล่เกลี่ยให้เสียหาย ไม่เอาความหน่อย แล้วอาจต้อง เสียค่ารักษาพยาบาล และค่าทำขวัญ ให้ผู้เสียหาย สักนิดหน่อยให้พอสมเหตุผล เพื่อเป็นการบรรเทาผลร้าย และเพื่อให้ ผู้เสียหายแถลงต่อศาล ว่าไม่ติดใจเอาความ แล้วคุณก็รับสารภาพ ต่อศาล ซึ่ง ถ้าทำแบบนี้แล้ว ผม ว่า มีเหตุพอให้ศาลลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษ ได้ครับ แต่ถ้าคุณสู้คดีไปแล้ว ไม่ชนะ คุณโดนหนักนะครับ แล้วถึงตอนนั้น การเจรจา อาจจะไม่มีประโยชน์แล้วล่ะครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ปมุข วันที่ตอบ 2008-01-23 20:49:19 IP : 125.24.79.51


ความเห็นที่ 5 (1424493)

ขอบคุณค่ะ ท่านประมุข แล้วตอนนี้ดิฉันจะทำอะไรบ้างที่ดิฉันต้องการขอให้ศาลไกล่เกลี่ยให้ เพราะอยากให้เรื่องจบ ดิฉันยอมรับเลยว่านอนไม่หลับ ใจดิฉันก็คิดว่าดิฉันก็มีความผิดด้วยเช่นกันแต่ถ้าเค้าไม่หยาบคายกับดิฉันอารมณ์ดิฉันตอนนั้นคงไม่เตลิดแล้วต้องมารับสภาพตอนนี้ แล้วตอนนี้ดิฉันต้องทำอย่างไรถ้าจะทำแบบที่ท่านให้คำแนะนำ คือตอนนี้ดิฉันจะต้องไปยื่นเรื่องใหม่ว่าให้ศาลท่านไกล่เกลี่ยให้และใช้ค่าเสียหาย แต่ตลอดเวลาก่อนเรื่องยังไม่ถึงศาลดิฉันพยายามไกล่เกลี่ยหลายครั้งมากแต่เค้าไม่ยอมและยังทำจดหมายว่าไม่พบหน้าดิฉัน ก่อนหน้านี้ดิฉันพยายามเต็มที่แล้ว พนักงานสอบสวนก็ทราบแล้วเค้าก็ยังไม่อยากจะจบ เวลาที่เค้าเจอลูกชายข้าพเจ้าเค้าก็มองหน้าเด็กเหมือนจะกินเลือดแบบนั้นแต่ดิฉันก็สอนลูกว่าไม่ให้โต้ตอบอยากทำอะไรก็ปล่อยเค้าไป แต่ดิฉันก็พาลูกชายดิฉันไปพบ พนักงานสอบสวนเพื่อต้องการให้เค้าตักเตือนให้ด้วยว่าต่างคนต่างอยู่ เด็กไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าคุกคามกับลูกดิฉัน แต่ทางตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ได้แต่บอกว่า เดี๋ยวผมจะให้การกับศาลว่าเค้าทำแบบนี้ก็เท่านั้น

ดิฉันอยากจะจบจริงๆ แล้วถ้าให้ศาลท่านไกล่เกลียเราต้องจัดการก่อนวันนัด คือศาลนัดวันที่17 มีนา เราต้องทำเรื่องก่อนใช่หรือไม่คะ แล้วถ้าเราสารภาพแล้วแต่เรายังติดใจอาการสาหัสของเค้า

และเค้าได้ไปบอกกับคนรู้จักว่า จะเรียกเงิน 6 หมื่นบาทจากดิฉันค่ารักษาพยาบาลเค้า 1800 บาท และจุดนี้ทำให้ดิฉันต้องสู้เค้าด้วยเพราะดิฉันไม่มีเงินมากขนาดนี้ 6 หมื่อนบาทดิฉันไม่มีงานทำเป็นแม่บ้านดูแลลูก ส่วนเงินประกันที่ได้มาก็ยืมจากเพื่อนมา

ขอคำแนะนำอีกคร้งนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเจียมตัว วันที่ตอบ 2008-01-24 08:48:29 IP : 125.25.139.4


ความเห็นที่ 6 (2995531)

ผมโดนวัยรุ่นประมาณ10คนต่อยผมเพราะเข้าใจผิดว่าผมไปดักทำร้ายเค้าคับหัวผมทั้งบวมทั้งเจ็บคับฟันหน้าหัก1ซี่ช่วยตอบด้วยคับว่าผมพอจะเอาผิงงดได้ยัสงไงบ้งขอบขอบพระคุณเปนอย่างสูงคับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น ผมเองคับ (mc230132-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-04-16 19:43:53 IP : 125.26.150.134


ความเห็นที่ 7 (3003046)

ขอเรียนถามว่า ผู้ที่อยู่ในเหตุณ์การณ์ แต่ไม่ได้ร่วมกระทำผิด แต่ถูกชัดทอดข้อกล่าวหา ในกรณีนี้ต้องร่วมจ่ายค่าเสียหายหรือไม่ แล้วถ้าไม่จ่าย มีผลลงโทษทางกฏหมายอาญาอย่างไรคะ ตอบด่วนเลยนะคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แจ๋ว วันที่ตอบ 2009-05-03 16:04:35 IP : 58.64.49.140


ความเห็นที่ 8 (3043017)

ขอถามผู้รู้หน่อยนะคับว่า ถ้าโดนยิงโดยไม่เจตนาจากเพื่อนซึ่งตอนนั้นทะเลาะกันและโมโหเพื่อนเลยบันดาลโทสะยิงเฉียด ๆ มา ได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก แต่ปืนเพื่อนไม่มีทะเบียน แล้วเราก็ไปแจ้งความเพราะความโมโห ตอนนี้ เพื่อนหลบหลีคดีไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อยากทราบว่า เค้าจะหลบหนีได้กี่ปีถึงจะหมดคดีความซึ่งกันและกัน และถ้าผมไปถอนแจ้งความจะมีผลต่อเพื่อนอย่างไร บ้าง กลุ้มใจมาก ขอผู้รู้ตอบด้วยคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อยากทราบคับ วันที่ตอบ 2009-08-24 13:32:53 IP : 124.121.230.191


ความเห็นที่ 9 (3054312)

คือเรื่องของหนูเกิดขึ้นคือ ผู้หญิงแถวๆบ้านหนูแอบมีความสัมพันธ์กันแบบชู้สาวกับพ่อหนู ชอบโทรมาหรือไม่ก็ส่งข้อความมา ทำให้แม่หนูต้องทุกข์ใจร้องไห้กับเรื่องนี้อยู่บ่อยๆค่ะ เมื่อหนูกับผู้หญิงคนนั้นเห็นหน้ากันที่ไรก็ต้องมีปากเสียงกัน ด่ากันแบบนี้ค่ะ วันที่เกิดเรื่องก็คือ วันนั้หนูไปรับหลานชายไปกับน้องสาวที่แยกหน้าหมู่บ้านผู้หญิงคนนั้นก็เลิกงานมาพอดีก็เกิดมีปากเสียงกันหนูก็เดินเข้าไปใกล้เค้านิดหนึ่งเค้าก็บอกมาว่าเข้ามาสิ เค้าไม่กลัวหนูหรอกเค้าก็ผลักหนู หนูก็โต้ตอบเค้าต่อจากนั้นก็เกิดการทะเลากัน ต่างคนต่างตีกันแบบนี้ค่ะ พอคนที่เห็นเหตุการณ์เค้าก็เข้ามาห้ามพวกหนูก็แยกออกจากกัน เค้าก็ไปแจ้งความว่าหนูทำร้ายร่างกายเค้า ตำรวจก็นัดหนูไปสอบถามหนูก็อธิบายไปแบบข้างต้น แล้วเค้าก็อ้างว่าเค้ามีพยานที่เห็นเหตุการณ์ แต่เมื่อตำรวจสืบถามพยานข้างต้นแล้ว พยานก็ให้การณ์ว่า เห็นหนูกับเค้าก็ต่างคนต่างตีกัน ต่างคนต่างทำกัน แล้วยังไม่พอเค้าเรียกร้องหนูถึง 300000 บาท เค้าบอกว่าเห็นเป็นคนหมูบ้านเดียวกันเลยเรียก30000 บาท แต่หนูไม่มีเงินให้หนูก็ตองรองเงินกับเค้าแต่เค้าก็ไม่ยอมและยังบอกว่างั้นก็ส่งเรื่องไปศาลเลยเพราะเค้าคิดว่าหนูต้องยอมจ่ายเพราะว่าหนูเสียเปรียบเค้าตรงที่ว่าหนูเรียน ครุศาสตร์ เรียนสายครู ต้องมีประวัติติดตัวแน่  ช่วยด้วยนะค่ะ

 

คำถามค่ะ

1. หนูไม่ได้ทำร้ายร่างกายเค้าต่างคนก็ต่างตีกันแบบนี่หนูผิดหรอค่ะ

2. แล้วหนูจะมีสิทธิ์ชนะคดีนี้หรือเปล่าค่ะ

3. ถ้าโดนปรับหนูจะเสียค่าปรับกี่บาทค่ะ

4. ช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้หนูฟังให้ชัดเจนหน่อยนะคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น บุ๋ม (bum_51171851-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-09-23 17:36:46 IP : 61.90.87.227


ความเห็นที่ 10 (3055425)

เท่าที่ทราบกรณีของคุณบุ๋มนะครับ คือ เสียค่าปรับต่อคน ไม่น่าจะเกิน 1000 บาท โดยเสียค่าปรับทั้งคู่ เพราะพยานบอกว่าต่างคนต่างตีกัน ขึ้นศาลก็เสียไม่กี่บาทเฉพาะค่าเอกสารไม่น่าจะถึง 500 บาท ถ้าเค้ายืนยันจะขึ้นศาล เราก็ขึ้นไม่เสียหายอะไร ถ้ากลัวว่าจะมีประวัติไม่ดีติดไปด้วยถ้าได้รับข้าราชการ ไม่มีผลกระทบมากมาย เค้าไม่ได้ดูตรงนั้นหรอก เค้าดูความสามารถของเรามากกว่า

เป็นกำลังใจให้นะครับ อย่าอ่อนข้อให้กับเค้า เค้าคงเห็นเราเป็นเด็กกว่า เลยขู่ ปล่อยไปครับ ถือเสียว่าเสียงนก เสียงกา อย่าเก็บเอามาใส่ใจ ต่อไปเราก็ใจเย็นขึ้น ถ้าคิดว่า เค้าติดต่อกับครอบครัวเราแล้วเราไม่มีความสุข ก็ขึ้นอยู่กับคนกลางคือพ่อของเราว่าเค้าจะทำอย่างไรต่อไป ลองคุยกันในครอบครัวดูนะครับ ถ้าพ่อเทใจไปทางโน้นมากกว่า ก็ต้องให้แม่เป็นฝ่ายเลือกตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป แนะนำนะครับ ถ้าเป็นผม ถ้าพ่อเทใจไปทางโน้น ผมขอเลิกเลยครับ อิอิอิ แต่ทางคุณอาจมีวิธีที่ดีกว่าผมก็ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น คนเคยเจอแบบเดียวกัน วันที่ตอบ 2009-09-25 14:46:04 IP : 124.120.106.181


ความเห็นที่ 11 (3130549)

น้องชาย ไป รุมทำร้าย เด็ก ชาย อายุ ประ มาณ 15 ค่ะ ที่รุมทำร้ายจริงมีอยู่ 3 คน แต่เค๊าแจ้งว่า มี 6 คน อาการ ไม่ได้ บาดเจ็บหาหัส ใช้ขวดโซดา ตี และอีกสองคยรุมกระทืบค่ะ อยาก ทราบว่า จะโดนโทษ อย่างไรค่ะ เคยมีประวัติ ตอนเป็น ทหาร ไปทำร้ายร่างการเค๊า ตอนนี้ รอลงอาญาอยู่ ค่ะ

ถ้าไปถึงชั้นศาลต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันเท่าไหร่ และเสียค่าปรับเท่าไหร่ค่ะ จำเป็นต้องใช้ทนายแก้ต่างหรือไม่ค๊ะ ทางฝ่ายโน้นดูเหมือนเค๊า มีเส้น เป็นนักการเมือง ค่ะ ค่าใช่จ่ายทนาย เท่าไหร่ค๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เอมี่ (freedom_aom7979-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-11-20 22:31:22 IP : 125.25.7.22


ความเห็นที่ 12 (3134327)

มีข้อข้องใจที่เป็นปัญหาหนักใจ ต้องการให้ท่านผู้รู้ช่วยไขข้อข้องและชี้แนะแนวทางในการแก้ปัญหาให้หน่อยค่ะ คือเรื่องนี้เป็นเรื่องของญาติ ญาติของดิฉัน5คนเป็นชายล้วนในนั้นมีเด็กอายุ17ปีด้วย1คน ถูกแจ้งความและดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัส ประกันตัววงเงินประกัน 120000 บาท(เฉพาะผู้ใหญ่4คน) โดยฝ่ายโจทก์ซึ่งอัยการเป็นผู้ฟ้องแทน ฟ้องว่า ทั้ง 5 คนดักและรุมทำร้ายนายAอยู่หน้าวัดโดยมีการใช้สนับมือเป็นอาวุธทำให้ได้รับบาดเจ็บดั้งหักต้องใช้พลาสติกเสริมดั้งและรักษาตัวเกิน20วัน ซึ่งตามจริงแล้วไม่ได้มีการดักตีอย่างที่กล่าวหาค่ะ แต่คนเจ็บเป็นคนทำร้ายเด็กอายุ17ปีอยู่หน้าเวทีหมอลำจนสลบจึงมีเพื่อนมาลากออกไป พี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง)เของด็กนั้นทราบจึงเดินเข้าไปถามเพราะเป็นเพื่อนกันว่าตีน้องชายตนทำไมแต่ก็โดนชกจึงเดินหนีออกมา ลูกพี่ลูกน้องของเด็กอีก2คนทราบทีหลังว่าพี่ชายและน้องถูกทำร้ายจึงเข้าไปถาม(โดยมีคนหนึ่งพกสนับมือไว้เป็นประจำเวลาไปไหนมาไหน)และเกิดการชกต่อยกัน พี่ชายที่ถูกชกครั้งแรกแล้วเดินหนีเห็นจึงเข้าไปช่วยน้องชายเกิดการชกต่อยกันโดยฝ่ายคนเจ็บ(คนที่ดั้งหัก)ก็มีพรรคพวกเข้ามาช่วยตีด้วยอีกหลายคนจนเกิดการชุลมุนกันยกใหญ่ ชาวบ้านจึงมามุงดูแล้วจับแยก ปรากฏว่านายAดั้งหักนอนโรงพยาบาลแล้วออกมาขับรถซิ่งรอบหมู่บ้านได้ดังเดิมไม่เห็นว่าพักรักษาตัวอะไรเลย (อีกคนที่โดนฟ้องด้วยไม่ได้เข้าไปตีกันกับเขาเลยแค่เป็นญาติกันเลยโดนเหมารวมไปด้วย โดยตอนที่เขาตีกันนั้นนายคนนี้นั่งกินเหล้าอยู่กับผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านอีก2คน)

คดีนี้มีสิทธิชนะไหมคะ ควรจะทำอย่างไรจึงจะชนะหรือทำให้ได้รับโทษเบาลง จะอ้างอะไรเป็นเหตุลดโทษได้บ้างคะ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ด้อยปัญญา วันที่ตอบ 2009-12-02 23:38:44 IP : 202.28.51.71


ความเห็นที่ 13 (3144582)

ขอเรียนถามครับ

พี่ชายผม ทะเลาะกับแฟนเค้า(แต่งงานมีลูกเล็กๆ)     แล้วแฟนพี่ผมเค้า โทรตาม พ่อกับพี่ของเค้ามา พอมาปุปเค้าเข้ามาหาพี่ชายผม เลยชุลมุนกัน แล้วเป็นเหตุ ให้ พ่อแฟนเค้า เข้าไอซียู พี่แฟนเค้าบาดเจ๊บเล็กน้อย    พี่ชายผม หัวแตก แต่ ไม่ได้ เข้ารับการรักษา

แฟนพี่ผม เค้า  แจ้ง  ทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรอง เป็นเหตุให้บาดเจ๊บสาหัส(มีใบจากสน.มาที่บ้าน)  อย่างนี้ ยังไงครับ

(เป็นห่วงพี่ครับ) ขอคำแนะนำด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น น้องชาย วันที่ตอบ 2010-01-10 13:58:18 IP : 124.121.4.130


ความเห็นที่ 14 (3197369)

สวัสดีค่ะ หนุมีเรื่องอยากจะถามค่ะหนูเครียดมากเลยคือหนูอายุ 20ปี แร้วค่ะ เผอิญปัยเท่วกับเพื่อนประมาณ 5 คน ในผับ แต่ มีกะเทยมาเต้น ๆ เบียด และพูดจาถ้าทาย จนแถบจะมีเรื่องกันข้างในแต่พอผับเลิกต่างคนก็ต่างลงมาแล้วก็มีปากเสียงกันหนูกับเข้าก้ตบกันอยู่พักหนึ่งจนเพื่อนเข้ามาห้าม แต่พอแยกกันแล้วเค้าก้ไม่ยอมเค้าถ้าหนูว่าอีก 2 วันเจอกันทำให้หนูบันดาลโทษะหนูจึงเดินเข้าไปตบกับเค้าเข้าหน่อยหนุ หนูก้อ คว้าขวดแถวนั้นตีทีหน้าเค้าแล้วเพื่อนก้เข้ามาแยก เข้ามาช่วย จนตอนนี้เค้านอนอยู่โรงพยาบาลเย็บ สามสิบเข็ม และเค้าบอกว่าเค้าไม่ยอม เรียกค่าเสียหาย ห้าแสนบาท หนูเครียดค่ะหนูจะเอาเงินที่ไหนให้เค้า หนูก้อต้องป้องกันตัวเองเหมือนกันและเค้าก็เป็นผู้ชายด้วย หนูจะติดคุกไหมค่ะ  แล้วถ้าจะต่อรองค่าเสียหาย หรือค่ารักษาพยาบาลให้เค้าจะได้ไหมค่ะ เพราะหนูก็เรียนมหาลัยปี 3 แล้ว เค้าแจ้งว่า รุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส แล้วหนุก็ไม่รู้เรื่องกฎหมายเท่าไร่ค่ะ ช่วยตอบคำถามหนูหน่อยนะค่ะ หนุขอร้อง  แล้วถ้าหนูยอมรับ จะเป็นอย่างไรต่อ แต่ถ้าหนุสู้คดี หนุต้องแพ่แน่เลยค่ะเพราะหนูบาดเจ็บเล็กน้อยเทียบกับเค้าไม่ได้เลย

    1 ต่างคนต่างตบกันเรียกถึง 500000 ได้ไหมค่ะ

    2 เค้าเป็นผู้ชายเค้ามีความผิดไหม หนูป้องกันตัวเหมือนกัน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ยอมรับผิด วันที่ตอบ 2010-07-19 13:41:13 IP : 115.67.28.111


ความเห็นที่ 15 (3235430)

มีผู้หญิงห้าคน หนึ่งในนั้นชื่อนางญาณาธิป รักษ์ศรี เป็นพนักงานราชการของกองทัพอากาศ และผู้ชายอีกหนึ่งคน ในช่วงท่ีเกิดเหตุหนูยืนคุยโทรศัพย์อยู่หน้าทางเข้าร้านอาหาร เห็นรถสีขาว วิ่งมาจอดหน้าร้าน และคนในรถก็ออกมาพร้อมกัน ตรงมาท่ีหนู และ หนึ่งในนั้นถามว่าหนูคุยกับใคร หนูไม่พูดและยังไม่ทันตั้งตัวคนชื่อเอ(มาทราบชื่อภายหลัง)ตบเข้าท่ีหน้าหนูพร้อมกับโทรศัพท่ีแนบหูหนูอยู่ หนูได้ถามกลับไปว่าตบหนูทำไม หนูกำลังถามคนชื่อเออยู่ คนท่ีชื่อ นางญาณาธิป รักษ์ศรี และเพื่อนทั้งหมดที่มาด้วยกันกระชากผมหนูอีกสองคนก็ตบหนู ส่วนผู้ชายยกเก้าอี้ไม้หนักประมาณ 35โล จะทุ่มลงมาท่ีตัวหนู แต่เจ้าของร้านได้มาแย่งลงก่อนที่จะทุ่มลงท่ีตัวหนู ช่วงแขนหนูบวมและชำ้ ส่วนคอก็ยังเจ็บอยู่เนื่องจากกระชากผมหนูแล้วแล้วพวกเขาทุ่มลงที่พื้นลำตัวหนูด้านหลังโดนเขากระชากล้มโดนโขดหินบวมจุดตรงเอว เจ็ดนิ้ว(ช่วงที่โดนยังชาไม่หาย โดนกรทำวันที่ 22/1/11) หนูมาทราบภายหลังจากพนักงานที่บริการเขาอยู่ มีเสียงหนึ่งคนพูดออกมาว่าหมั่ไส้อีนี่ แล้ว นางญาณาธิป รักษ์ศรี พูดเสริมขึ้นมาว่ามันโดนแน่ หนูอยากทราบค่ะว่าจะต้องดำเนินคดีอะไรบ้างเนื่องจากหนูไม่รู้จักคนท่ีมาทำร้ายเลย และได้แจ้งความไปแล่่้วค่ะ ตอนนี้สืบหาเจอตัวทุกคนแล้วค่ะ
 
   หนูจะแจ้งเป็นความผิดฐานอะไรคะ 

ขอรบกวนท่านตอบด่วนด้วยค่ะ ที่ lannada@gmail.com ขอบพระคุณมากค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้โชคร้าย (lannada-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-01-31 03:23:53 IP : 58.8.3.36


ความเห็นที่ 16 (3237250)

ดิฉันถูกสามีทำร่างกายชกต้อยแตะ จนตาฟอกช้ำบวมและปวดเมื่อยตามร่างกาย จับห้วโขดกับท่นั้ง โดยดิฉันไม่ม่ความผิด และไม่ม่เรื่องทะเลาะและดุด่าใด ๆ ต่อหน้าผู้หญิงอื่นทั่งสิ้น ดิฉันจึงแจ้งความดำเนินคดีทำร้ายร่างกายท่โรงพัก และเข้าตรวจร่างกายท่โรงพยาบาลและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน สามีดิฉันเป็นข้าราชตำรวจดิฉันก็ไปร้องเรียนกับกองกำกับเพื่อดำเนินตามวินัยข้าราชการ ไม่ทราบว่าโทษทางคดีจะขนาดไหน และมีวิธีดำเนินการต่อไปอย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ็ม วันที่ตอบ 2011-02-15 08:50:57 IP : 113.53.3.236


ความเห็นที่ 17 (3254629)

วันที่ 30/11/53  เพื่อนบ้านข้ามมากรีดยาง ในสวนที่แม่ปลูกไว้  แม่ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน  เรื่องยุติ

วันที่ 25/08/54  เพื่อนบ้านคนเดิมมากรีดยาง ในสวนที่แม่ปลูกไว้ อีก  แม่ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งตำรวจดำเนินคดี  (ตำรวจไม่ได้ลงบันทึกประจำวัน)

วันที่ 26/08/54  ตำรวจมาเก็บหลักฐาน  พร้อมพาแม่ไปเจรจา บ้านคู่กรณี  ห้ามไม่ให้แม่พูดจาอะไรทั้งสิ้น  (แม่ทำตามคำแนะนำของตำรวจ)     เสร็จเรื่อง  แม่ขอตัวกลับบ้าน   ลูกสาวของคู่กรณี ตรงเข้ามาทำร้ายร่างกายแม่  ตบตีหลายครั้ง ต่อหน้าตำรวจ  แล้วตำรวจมาห้าม  และบอกให้แม่กลับบ้าน    ผมให้แม่ไปหาหมอ โรงพยาบาล ประจำอำเภอ  ขอใบรับรองแพทย์ แล้วไปแจ้งความ หมอเขี่ยนว่า  พบเพียงรอยช้ำ  ไม่พบบาดแผล   ไม่พบรอยทะเลาะ   ให้ยามากิน

 

ตอนนี้  1. แจ้งขอหาทำร้ายร่างกาย

             2. บุกรุกและลักทรัพย์  (รอเจ้าหน้าที่วัดหลักเขตแดนไหม เนื่องจากคู่กรณีอ้างสิทธิ์เช่นกัน)

 

ถามครับ

1. ขั้นตอนต่อไปต้องทำอะไรต่อครับ

2.ขั้นตอนของตำรวจ หรือ ศาล  ท่านจะทำอย่างไรครับ  ผมต้องทราบในกระกวนการหรือขั้นตอนไหนบ้างครับ

3. ตอนที่ 1 แจ้งขอหาทำร้ายร่างกาย  ตำรวจนัดอีกที่วันที่ 5/8/54  ครับ  เนื่องจากผมไม่ยอม ให้คู่กรณีเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจ  (ตบอีกก็เสีย 500 บาท)

 

ขอคำแนะด้วยครับ  ขอบคุณครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกชาวนา (sonchai-noy-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-08-31 22:38:49 IP : 118.173.7.218


ความเห็นที่ 18 (3286509)

 ผมขอถามนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นวัยรุ่นประมาณ 4-5คน รุมทำร้ายคนเดียวจนเป็นเหตุให้กระโหลกศรีษะแตก พอดีรถผมอยู่ที่นั้น รถจักรยานยนต์โดนรถวัยรุ่นคนเดียวนั้นแหละเหยียบจนและ พอดีเพื่อนผมเห็น ก็เลยทำร้ายร้างกายจนเป็นเหตุให้กระโหลกศรีษะแตก พอดีผมวิ่งไปดูแล้วเพื่อนก็ว่าผมไปทำร้ายร้างกายด้วย แต่ผมมีพยานเห็นเหตุการณ์ว่าผมไม่ไปทำ แต่พยานจะไม่ไปให้คำให้การณ์ ผมจะโดนจับไหมครับ ขอความเ้ป็นธรรมด้วยที ช่วยตอบนะครับเดียวไม่กี่วันก็ไปขึ้นศาลแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ลูกชาวนาครับ วันที่ตอบ 2012-05-14 18:44:42 IP : 110.49.226.114


ความเห็นที่ 19 (3295097)

 หนูมีเรื่องจะถามคะ  คือฝ่ายผู้เสียหาย แจ้งความว่า หนูรวมกับพวกทำร้ายร่างผู้อื่น จนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ  คดีหนักไม่คะ เข้ามีรอยขีดข่วนนิดหน่อย ไม่ได้นอนโรงพยาบาล และหนูอายุ 17 ยุเลยคะ พวกฝ่ายหนูมี 3 คน ฝ่ายเข้ามีคนเดียว อยากรู้ว่าหนูติดคุกไมคะ ขึ้นศาลพรุ่งนี้แล้วคะ รบกวนช่วยตอบหน่อย

ผู้แสดงความคิดเห็น nuy วันที่ตอบ 2012-08-08 21:14:01 IP : 1.0.210.141



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.