ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > คดีแพ่ง(มโนสาเร่)ฟ้องขับไล่

คดีแพ่ง(มโนสาเร่)ฟ้องขับไล่


คดีฟ้องขับไล่ ขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี ฟ้องจำเลยและบริวานให้ออกจากบ้าน พร้อมเรียกค่าเสียหาย ทางจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายใน 15 วันหลังรับหมาย และวันนัดทมายก็ส่งตัวแทนมาแทนอ้างว่าป่วย (วันนัดก็ยังไม่ยื่นคำให้การด้วย) 1. ทำไมผู้พิพากษา ถึงยอมให้เลื่อนนัดได้ครับ (หรือว่าศาลมีการตกลงกับทนายโจทก์) 2. โดยทั่ว ๆ ไปผู้พิพากษา สามารถตัดสินคดีได้เลยหรือไม่ ถ้าจำเลยไม่มา หรือ จำเลยไม่ยื่นคำให้การ สามารถตัดสินคดีได้หรือไม่ครับ 3. ในนัดหน้าหากยังไม่มีคำพิพากษา โจทก์สามารถร้องต่อศาลให้โจทก์สามารถเข้าไปครอบครองบ้านที่ซื้อได้หรือไม่ครับ โดยไล่ให้ผู้อาศัยออกไปก่อน ขอบคุณครับ

ผู้ตั้งกระทู้ ผู้สงสัย :: วันที่ลงประกาศ 0000-00-00 00:00:00 IP :


[1]

ความเห็นที่ 1 (38097)

การขอเลื่อนคดี เป็นสิทธิของจำเลยครับ  และศาลก็จะสอบถามฝ่ายโจทก์ก่อนครับว่า คัดค้านการขอเลื่อนคดีหรือไม่ และ ศาลก็จะพิจารณาการขอเลื่อนคดี ว่า มีเหตุผลสมควร ให้เลื่อนหรือไม่  ถ้าหาก ศาลสอบถามโจทก์แล้ว และกรณีมีเหตุให้เลื่อน ศาลก็จะอนุญาตให้เลื่อนคดีครับ ,

เมื่อศาลอนุญาตให้เลื่อนคดี  และกรณีเป็นคดีมโนสาเร่ จำเลยก็ มีสิทธิยื่นคำให้การได้ในวันนัดพิจารณา ที่เลื่อนไป ครับ  ศาลจะมีคำพิพากษาไม่ได้

การร้องขอเข้าไปครอบครองบ้านที่ซื้อ นั้น สามารถร้องได้อยู่แล้วครับ แต่ ศาลจะให้หรือไม่ อยู่ที่ว่ากรณีมีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาต หรือไม่ ต้องพิจารณาเหตุในการขอเป็นเรื่องๆไป ครับ  เช่น บ้านดังกล่าวเป็นบ้านไม้สักทองทั้งหลัง และมีราคาแพง  จำเลยกำลังรื้อ ไม้ หรือรื้อ เฟอร์นิเจอร์ไปขาย  ยังงี้ก็มีเหตุครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ปมุข 0-1820-2236 วันที่ตอบ 2005-01-18 18:12:00 IP :


ความเห็นที่ 2 (43623)
คล้ายๆกับคดีของคุณ ผู้ส่งสัย คือ ตอนนี้ศาลกำลังจะนัดครั้งแรก แต่ทนายความให้เราเจรจาจ่ายเงินค่าขนย้ายให้ผู้อาศัยคนเดิม ก็เลยอยากทราบว่า 1. ถ้าเราไม่ให้จะมีขั้นตอนยังไงต่อ 2.เสียเวลาอีกนานเท่าไร เราจึงจะได้เข้าอยู่อาศัย (เสียเวลามา 6 เดือนแล้ว )
ผู้แสดงความคิดเห็น โดนเหมือนกัน วันที่ตอบ 2005-01-28 08:16:00 IP :


ความเห็นที่ 3 (44561)
จากผู้สงสัย ถึงคุณ โดนเหมือนกัน ถ้าหากต้องจ่ายค่าขนย้ายไม่เท่าไร และคุณสามารถจ่ายได้ ผมในฐานะผู้โดนมาก่อนแนะแนวว่า ควรจ่ายเค้าไปเถอะครับ (เน้น...ว่าไม่ได้มากมายอะไร และคุณสามารถจ่ายได้) เพราะคดีของผมไม่รู้ว่าจะจบแบบไหน ดูๆ แล้วเจ้าคนที่อาศัยอยู่มีปัญหามากกว่าเจ้าของเดิมเสียอีก ตอนนี้พยายมหาแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้เค้าสามารถอยู่ได้ให้นานที่สุด 1. ไม่ทราบว่าคุณ"โดนเหมือนกัน" คำฟ้องมีฟ้องผู้อาศัยร่วมเป็นจำเลยด้วยป่าวครับ ถ้าไม่มีแนะนำให้เพิ่มไปด้วยนะครับ (ต้องสอบถามคุณปมุก ว่า สมควรเพิ่มหรือไม่) 2. แนะนำว่าหาทนายที่เก่ง ๆ และต้องรักษาผลประโยชน์ของเราให้มากๆ เวลาเจรจากับทางศาลและจำเลย เค้าช่วยเราได้มาก (ขอผมมีเหมือนกับไม่มีเลย)
ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้สงสัย (ตอนนี้ได้แต่รอ ๆ ๆ ๆ ) วันที่ตอบ 2005-01-29 13:08:00 IP :


ความเห็นที่ 4 (46177)

ถึงคุณ ผู้สงสัย

รบกวนขอ email address ได้มั๊ยครับ

สำหรับติดต่อปรึกษา เพราะว่า ทางผมเพิ่งจะเริ่มต้นคดีฟ้องขับไล่

อย่างน้อย มีคนคอยให้คำปรึกษา หรือแลกเปลี่ยน เพิ่มขึ้นอีกคนนึง

wavetech@thai.com

ผู้แสดงความคิดเห็น โดนเหมือนกัน วันที่ตอบ 2005-01-31 22:12:00 IP :


ความเห็นที่ 5 (289177)

มทง้มท่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นส วันที่ตอบ 2005-11-15 20:57:35 IP : 203.209.98.163


ความเห็นที่ 6 (3239257)

มาตรา 309 ตรี เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อหากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารอาศัย และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ซื้อสามารถที่จะยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลที่ อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาลให้ออกคำบังคับให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้นภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด แต่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ให้บังคับตามมาตรา 296 ทวิ มาตรา 296 ตรี มาตรา 296 จัตวา มาตรา 286 ฉ มาตรา 296 สัตต มาตรา 299 มาตรา 300 มาตรา 301 และมาตรา 302 โดอนุโลม ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งคำบังคับ โดยผู้ซื้อมีหน้าที่จัดการนำส่ง และให้ถือว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารที่อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นลูกหนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าว “

ผู้แสดงความคิดเห็น woody วันที่ตอบ 2011-03-06 22:55:50 IP : 223.206.197.249


ความเห็นที่ 7 (3246208)

สอบถามเกี่ยวกับคดี ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายคะ

      เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันทำสัญญาเช่าอาคารกับผู้เช่าสัญญา 3  ปี เมื่อประมาณ ก.พ. 54 ได้มีคนสนใจซื้ออาคารของดิฉัน ซึ่งตามสัญญาเช่านั้น ดิฉันต้องให้สิทธิ์ทางผู้เช่าก่อนว่าสนใจจะซื้อหรือไม่ ซึ่งผู้เช่าปฎิเสธการซื้อ ดังนั้นฉันจึงได้ตกลงขายให้ลูกค้าไป แต่ก่อนขาย ดิฉันก็ได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบแล้วว่า ผู้เช่ายังสามารถเช่าต่อจนครบสัญญาได้ ทางผู้เช่าเองก็ปฎิเสธที่จะเช่า แต่ทางผู้เช่าขอเรียกร้องค่าตกแต่งอาคารว่าทางดิฉันจะช่วยได้เท่าไหร่บ้าง ซึ่งดิฉันก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปว่าไม่สามารถให้ได้ เพราะในสัญญาก็ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าสิ่งที่ตกแต่งหรือติดตรึงกับอาคารผู้เช่าไม่สามารถรื้อถอน หรือเรียกร้องค่าตกแต่งใด ๆ ได้ และก็ชี้แจ้งไปหลายอย่างที่เค้าขอมาโดยในหนังสือฉบับนั้น ๆ ดิฉันก็ได้แจ้งกำหนดการให้ผู้เช่าขนย้ายของออกภายใน 15 วัน (ซึ่งตามสัญญาเช่าระบุไว้เพียง 7 วัน ) แต่เมื่อครบกำหนดผู้เช่าก็ไม่ยอมย้ายออก ดิฉันพยายามเข้าไปคุยหลายครั้งมาก เหมือนจะได้ข้อสรุป แต่ก็ไม่ได้คะ จนสุดท้ายดิฉันแจ้งผู้เช่าว่า คุณต้องการอะไรขอให้ทำเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรและลงชื่อผู้เช่ามา โดยให้กำหนดการส่งหนังสือกลับมาภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งเค้าบอกจะส่งมาให้ แต่ก็ไม่มี ดิฉันจึงเข้าไปสอบถามที่อาคารเช่า เค้าแจ้งว่า ทางลูกสาว (ซึ่งเป็นคนเซ็นต์สัญญาเช่า) ไม่ยอมเซ็นต์เอกสารให้ และก็เจรจากับดิฉันกลับไปกลับมา ว่าอยากจะเช่าต่อแล้วลองถามผู้ซื้อให้หน่อยว่าจะให้เช่าไหม แต่ขอลดค่าเช่า ซึ่งทางผู้ซื้อไปก็ไม่ยอมให้เช่าแล้ว เพราะตอนแรกบอกว่าไม่เช่าทางเค้าก็วาง plan จะย้ายร้านมาเปิดที่นี้เหมือนกัน ไม่ได้ต่อสัญญากับที่เช่าเดิม ดิฉันก็แจ้งให้ผู้เช่าทราบแต่ผู้เช่าก็ไม่ได้ให้คำตอบว่าจะย้ายออกเมื่อไหร่ ค่าเช่าก็ไม่ชำระ ดิฉันก็เลยเลิกคุยและได้เข้าไปปรึกษาทาง นิติกรประจำศาลจังหวัด ทางนิติกรแนะนำว่าตอนนี้ยังถือว่าสัญญาเช่าไม่สิ้นสุด หนังสือที่ดิฉันทำส่งไปไม่มีผลทำให้สัญญาสิ้นสุดได้ เพราะเป็นข้อเสนอของเราฝ่ายเดียว เค้าไม่มีการรับทราบ เพราะส่งแบบ EMS ธรรมดา ไม่ใช่จดหมายตอบรับ ดังนั้นต้องหาข้อผิดของเค้าเพื่อทำการฟ้องขับไล่  ซึ่งก็มีอยู่ 1 ข้อ คือไม่ชำระค่าเช่าเดือนเมษายน ทางนิติกรแนะนำให้ดิฉันทำหนังสือทวงถามค่าเช่าและบอกเลิกสัญญา โดยให้กำหนดเค้าชำระค่าเช่าภายใน 15 วัน ซึ่งตอนนี้ครบกำหนดแล้วก็ไม่มีการชำระ ถือตอนนี้สัญญาสิ้นสุดแล้ว ดิฉันจะทำเรื่องฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายแต่มีข้อสงสัยดังนี้คะ

     1. ตอนนี้คนที่เซ็นต์สัญญาเช่า (ลูกสาว) ไม่ได้อยู่ ณ สถานที่เช่า คนที่อยู่คือ แม่ของคนที่เซ็นต์สัญญา ซึ่งคนละนามสกุลด้วย ตรงนี้ดิฉันทำเรื่องฟ้อง ลูกสาว ได้หรือเปล่าคะ แล้วกรณีแบบนี้คนที่อยู่ไม่ใช่คนที่เซ็นต์สัญญาดิฉันมีสิทธิ์แจ้งความว่า คนที่อยู่บุกรุกได้หรือเปล่าคะ

      2. ถ้าฟ้องร้องกันจริง ๆ หนังสือที่ดิฉันแจ้งเค้าไปตอนแรก ๆ เกี่ยวกับการชี้แจงสิ่งที่เค้าขอมา ถ้าทางเค้าสู้คดีแล้วนำหนังสือฉบับนี้มา จะมีผลอะไรกับดิฉันหรือเปล่า ข้อความในหนังสือนั้นมีข้อความประมาณว่า แจ้งสิ่งที่ได้คุยตกลงกันปากเปล่า ให้เค้าทราบ แจ้งผลสรุปสิ่งที่เค้าขอมาว่าสามารถให้ได้หรือไม่ได้ และแจ้งกำหนดให้ย้ายออก

      3. ถ้าต้องไปขึ้นศาลดิฉันต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ ไม่เคยมีประสบการณ์เลย กลัวแพ้คดีคะเพราะตอนนี้เดือดร้อนมาก เพราะดิฉันต้องรับภาระชำระค่าเช่าให้กับคนที่ซื้อไป แทนผู้เช่าเดิมคะ

      4. จากที่อ่านเจอ ถ้าศาลพิพากษาว่าเค้าผิดจริง ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้เรา แต่เค้าไม่มีชำระ สืบทรัพย์ก็ไม่มีแบบนี้เราจะได้รับค่าเสียหายได้อย่างไรคะ คำพิพากษามีระยะเวลา 10 ปี ใน 10 ปี ถ้าเราสืบว่าเค้ามีทรัพย์ที่ไหนสามารถตามยึดได้ใช่ไหมคะ เราต้องเป็นคนสืบเอง หรือทางศาลดำเนินการให้คะ รบกวนขอข้อมูลหน่อยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น mam (mam-dot-achara-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-05-26 15:43:45 IP : 125.26.24.162



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.