ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > รถถูกบริษัทธนชาตยึดและนำไปขาย...

รถถูกบริษัทธนชาตยึดและนำไปขายทอดตลาดแล้ว ธนชาติฟ้องค่าส่วนต่างจากผู้ค้ำประกันรถยนต์


 เนื่องจากข้าพเจ้าได้ไปค้ำประกันรถยนต์ให้เพื่อน กับบริษัทธนชาต  แต่รถยนต์คันดังกล่าวติดค่างวดเกิน 3 เดือน และไม่สามารถจะส่งค่างวดรถได้อีกแล้ว ธนชาตจึงมายึดรถไป และนำไปขายทอดตลาดได้แล้ว ซึ่งมีส่วนต่างประมาณ 1 แสนกว่าบาท   ตอนนี้ทางธนชาตมีจดหมายเตือนมาเรื่องค่าส่วนต่างดังกล่าว ทางธนชาตบอกว่าถ้าคุณไปติดต่อชำระค่าส่วนต่างดังกล่าวภายในวันที่ 14 พ.ค.54  จะลดค่าส่วนต่างดังกล่าวเหลือ 20,000 กว่าบาท  ข้าพเจ้าเลยโทรติดต่อกับเจ้าของชื่อที่ซื้อรถ เค้าก็บอกว่าได้ัรับจดหมายดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งเค้าบอกว่าตอนนี้เค้าเดือดร้อนไม่มีให้จริงๆ และเค้าจะทำเรื่องเงียบเฉยซ่ะ  และข้าพเจ้าเป็นผู้ค้ำคนที่ 1 ก็ไม่มีเงินจ่ายให้เช่นกัน อยากเรียนถามว่า ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรดี ข้าพเจ้าจะเดือดร้อนหรือไม่  และจำเป็นต้องชำระค่าส่วนต่างดังกล่าวให้ธนชาตหรือไม่  มีวิธีแก้ไข หรือทางออกอย่างไรได้บ้าง  ช่วยตอบด้วยนะครับ  เดือดร้อนมากๆๆ



ผู้ตั้งกระทู้ ต้อง แดนอีสาน :: วันที่ลงประกาศ 2011-04-19 14:46:41 IP : 110.77.241.130


[1]

ความเห็นที่ 1 (3242911)

คำถามที่ว่าข้าเจ้าจะเดือดร้อนหรือไม่นั้น คำตอบนี้ผมว่าคุณก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจในขณะทำสัญญาอยู่แล้วครับว่าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องและหาปฏิเสธความรับผิดตรงนี้ไปได้ครับ เพราะคุณได้ยอมเอาตนเข้าไปผูกพันกับเจ้าหนี้ด้วยใจสมัครเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น ฉนั้นเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำชำระได้เสมอครับหากว่าลูกหนี้ผิดนัด ซึ่งเงินส่วนต่างตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นตัวลูกหนี้เองหรือลูกหนี้ชั้นสองอย่างผู้ค้ำประกันก็จะต้องรับผิดชอบไปครับ หากไม่ชำระเจ้าหนี้ก็อาจจะใช้สิทธิทางศาลเพื่อขอให้บังคับคดีต่อไป และถ้าไม่ชำระอีกก็อาจถูกทำการยึดทรัพย์เพื่อไปขายทอดตลาดมาใช้หนี้ต่อไปได้ (ซึ่งบางทีเจ้าหนี้อาจจะปล่อยถ่วงเวลาไว้ก่อนเพื่อที่จะให้ดอกเบี้ยมันสูงขึ้น)

ส่วนที่คุณถามว่าจำเป็นจะต้องไปชำระหนี้ให้กับธนาคารธนชาตหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่การตัดสินใจของคุณครับ เพราะจะไม่ชำระแล้วปล่อยให้เจ้าหนี้ไปฟ้องเอาก็ได้ ถึงตอนนั้นถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้ยังพอมีทางที่จะชำระหนี้ได้อยู่และการชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการยากอะไรเจ้าหนี้ก็จะต้องไปเอากับลูกหนี้ก่อนครับ แต่ถ้าพิสูนจ์ไม่ได้เจ้าหนี้ก็ชอบที่จะเรียกร้องจากผู้ค้ำได้อยู่ดีครับ แต่ปัญหาคือถ้าเจ้าหนี้แกล้งทำเฉยและปล่อยให้ดอกเบี้ยที่ผิดนัดมันทวีคูณขึ้นไปแล้วค่อยไปใช้สิทธิฟ้องถึงตอนนั้นผมว่าจะเยอะเอานะครับ 

แต่ถ้าคุณชำระหนี้ให้กับธนาคารธนชาตแทนลูกหนี้ไป คุณก็มีสิทธิที่จะไปฟ้องไล่เบี้ยเอาเงินที่คุณได้จ่ายแทนไปนั้นกับตัวลูกหนี้ได้อีกทีครับ  ในมุมมองผมถ้าเขาลดให้ถึง 80,000 จากยอดทั้งหมด ผมว่าการจ่าย 20,000 ก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไรนะครับกับการตัดปัญหาที่อาจจะถูกฟ้องและเป็นคดี คือหมายถึงว่าคุณน่าจะไปพูดคุยกับตัวลูกหนี้ว่าน่าจะช่วยกันร่วมรับผิดชอบ เพราะดูแล้วจำนวนที่เขาให้จ่ายนั้นก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่ดีกว่าเขาไปฟ้องด้วยยอดเป็นแสน ๆ นะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น pup วันที่ตอบ 2011-04-19 20:31:34 IP : 110.168.178.170


ความเห็นที่ 2 (3242956)

 ขอบคุณมากครับ คุณ pup  จะว่าไปผมก็รู้อยู่แก่ใจนะครับตอนไปค้ำให้เพื่อน ก็เพราะว่าเป็นเพื่อนกันถึงยอม ผมจะอธิบายให้ฟังซักนิดนะครับ คือว่า ลูกหนี้ กับ คนค้ำประกันคนที่ 2  เค้าซื้อรถร่วมกันครับ อยู่ด้วยกันใช้ด้วยกันครับ แล้วผมกับเค้าทั้งสองคนนั้นเป็นเพื่อนกัน ตัวผมไม่ได้ใช้รถคันนี้ด้วยกับเค้าสองคนครับ  ซื้อมาได้ 1 ปี รถคันนี้ก็ไม่มีปัญหาครับ เค้าสองคนช่วยกันจ่ายงวดรถกันดีครับ ตัวผมก็สบายใจครับ สังเกตพฤติกรรมเค้าทั้งสองอยู่ แต่ว่าพอมาได้ซักพักซิครับ เค้าสองคนเกิดแยกกันอยู่ซ่ะงั้นครับ แล้วทางลูกหนี้ (ชื่อเจ้าของรถ) ก้อตกลงกันกับคนค้ำคนที่สอง  ให้รถยนต์แก่คนค้ำคนที่สองไปใช้และให้รับผิดชอบจ่ายค่างวดรถไปเลย เอาเป็นว่าตามนี้ ผมก็คิดในใจว่าจะปลอดภัยหรือป่าวนะ เริ่มมีท่าทางชักไม่ค่อยดีแล้ว  แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไร คนค้ำคนที่สองก็เอารถไปใช้ ประมาณ 3 งวดแรกที่เค้าเอาไปใช้ก็ชำระค่างวดรถดีอยู่ครับ  แต่หลังจากนั้น เดือนเว้นเดือนมั้ง หรือค้างไว้ 3 เดือน แล้วก็ไปจ่ายงวดหนึ่งก่อน ครับ  จนมาพักหลังเริ่มแย่แล้วครับ บริษัทธนชาตส่งเจ้าหน้าที่มาทวงถามหารถที่บ้านของลูกหนี้ (ชื่อเจ้าของรถ) ครับ ลูกหนี้ไม่รู้เรื่องครับ ลูกหนี้จึงพาเจ้าหน้าที่ธนชาตไปยังห้องเช่าที่ผู้ค้ำประกันคนที่ 2 อยู่  ครับ  ก็เจอ ดีที่ยังมีรถจอดอยู่ครับ  ก็คุยตกลงกันอยู่พักใหญ่ ผู้ค้ำคนที่ 2 ก็บอกว่ากำลังจะหาไปชดใช้งวดที่ค้างให้ครับ  นัดวันที่จะจ่ายด้วย  วันนั้นก็ผ่านไปครับ  คราวนี้ตัวผม กับลูกหนี้ เริ่มโทรติดต่อปรึกษากันแล้วครับ ว่าเราจะเอายังไงกันดีกับรถคันนี้ เพราะว่าเพื่อนคนนี้เริ่มไว้ใจไม่ได้แล้ว แต่ผมกับลูกหนี้ ก็ให้โอกาสเค้าอีกครั้งครับ และแล้วก่อนถึงกำหนดชำระหนี้กับธนชาต คนค้ำคนที่ 2  ก็ก่อเรื่องจนได้ เค้านำไปขายให้บริษัทไฟแนนซ์ครับ ทำแบบโอนลอย ขายในราคา 10,000 บาทถ้วน  แล้วเค้าบอกว่าบริษัทไฟแนนซ์นั้นจะไปจัดการกับเงินค่างวดที่เหลือเอง  ทีนี้ล่ะครับ ผมกับลูกหนี้ นั่งไม่ติดเลยครับ ปรึกษาคนอื่นที่เค้าพอจะรู้กฎหมายบ้าง เค้าบอกว่าให้โทรแจ้งธนชาตให้มายึดรถได้เลย เพราะว่ายังเห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่หน้าบริษัทไฟแนนซ์อยู่ เพราะว่าผู้ค้ำไม่มีสิทธิไปขายโอนลอย ไม่งั้นจะยุ่งกันไปกันใหญ่ ถ้ารถคันนี้ไม่อยู่ หล่ะ ยุ่งแน่ๆ งานเข้าแน่ๆ ดีที่ธนชาตมายึดได้ทันครับ  พอหลังจากนั้น 1 ปี  ก็มีจดหมายจากธนชาตมาทวงค่าส่วนต่างนั้นแหล่ะครับ   ตัวผมกับลูกหนี้ ติดต่อกันอยู่ครับถือได้ว่าสนิทกันครับ ก็เห็นใจกัน  ส่วนผู้ค้ำคนที่ 2  ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น ก็แตกหักกันไม่มองหน้ากันเลยครับ   ที่ผมอยากถามนะครับ

1.  ก็ที่ผมติดต่อกับลูกหนี้ เรื่องธนชาตทวงค่าส่วนต่างนั้น ทางลูกหนี้ก็บอกว่าไม่มีจ่ายแล้วเค้าจะทำเงียบเฉยซ่ะ  แล้วผมก็เป็นผู้ค้ำคนที่ 1  เค้าก้อบอกให้ผมเงียบเฉยไว้เช่นกัน  ให้ทางบริษัทธนชาตไปไล่บี้ทวงกับผู้ค้ำคนที่ 2  แทน (คนก่อเรื่อง)   ซึ่งในทางกฎหมายมันจะเป็นจริงเหมือนที่ลูกหนี้ว่าหรือเปล่าครับ  

2. มีคนบอกว่าให้ผมไปคุยกับลูกหนี้ ให้ลูกหนี้นั้นโทรศัพท์ไปหาทางบริษัทธนชาต คุยตกลง เพื่อประนีประนอม หนี้  เรื่องนี้ทำได้หรือไม่ครับ 

ตอนนี้ใจผมคิดว่าข้อ 2 น่าจะเป็นทางออกที่ดีสุดครับ

ช่วยตอบด้วยนะครับ  หรือแนะนำด้วยก็ดีนะครับ  ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้อง แดนอีสาน วันที่ตอบ 2011-04-20 12:41:14 IP : 110.77.241.130


ความเห็นที่ 3 (3242972)

1. ตามหลักกฏหมายเจ้าหนี้เขาชอบที่จะไปเรียกร้องกับใครก็ได้ครับนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด แม้ว่าความจริงผู้ค้ำคนที่ 2 จะเป็นผู้ใช้รถและส่งค่างวดในตอนหลังก็ตาม หากว่าเขาทวงไม่ได้เขาก็ต้องมาทวงกับตัวลูกหนี้หรือคุณซึ่งเป็นผู้ค้ำคนที่ 1 ครับ สรุปง่าย ๆ ก็คือ คุณทั้ง 3 คนไม่อาจจจะหลุดพ้นจากความรับผิดในสัญญาที่ได้ก่อร่วมกันไว้นั้นได้ครับผม (คือมีหน้าหน้าที่จะต้องรับผิดชอบทั้ง 3 คนซึ่งใครจะจ่ายก็ได้ และเจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกกับใครก็ได้เช่นกันครับถ้าลูกหนี้ผิดนัด)

2. ทำได้ครับ หากเจ้าหนี้ยินยอมและลูกหนี้ยอมจ่ายตามสัญญาประนีประนอมนั้นเรื่องก็คงจบลงด้วยดีได้ คือไม่เป็นคดีขึ้นสู่ศาลครับ อีกทั้งหากเขาลดให้เหลือที่จะต้องจ่ายจริงเพียง 20,000 ผมว่าโอกาสตรงนี้น่าจะรับไว้พิจารณานะครับเพราะจำนวนมันต่างกันอย่างมากเลยจากเป็นแสนเหลือเพียงสองหมื่น ก็แนะนำให้ลูกหนี้ไปคุยเจรจาเพื่อขอประนอมหนี้ในส่วนต่างตรงนี้กับเจ้าหนี้ดูครับตรงนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดอย่างคุณว่าไว้จริงครับเพราะไม่มีทางออกใดที่ดีไปกว่าการเจรจาอีกแล้ว ขอให้เจรจากันเป็นผลสำเร็จนะครับ ขอให้โชคดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น pup วันที่ตอบ 2011-04-20 15:21:39 IP : 115.87.137.105


ความเห็นที่ 4 (3242975)

อ้อ ขอเสริมในข้อที่ 1 นิดนึงครับว่า การจะทำเรื่องเป็นเงียบเฉยก็ได้ครับ แต่ผมมองว่ามันไม่น่าจะใช่ผลดีเพราะหากเจ้าหนี้ทวงกับผู้ค้ำคนที่สองไม่ได้หรือมาทวงกับคุณและลูกหนี้ก็ไม่ได้อีก เขาก็อาจปล่อยเวลาผ่านให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นไปด้วยยอดเป็นแสนแล้วค่อยไปใช้สิทธิทางศาลเพื่อให้สั่งบังคับคดีกับคุณทั้ง 3 โดยตัวลูกหนี้เป็นจำเลยที่ 1 คุณเป็นจำเลยที่ 2 และ ผู้ค้ำคนที่สองเป็นจำเลยที่ 3 ถึงตอนนั้นก็อาจจะต้องเสียเยอะขึ้นก็เป็นได้นะครับ ฉนั้นผมจึงมองว่าเงินเพียง 20,000 รีบไปคุยหรือเจรจากันจะดีที่สุดครับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น pup วันที่ตอบ 2011-04-20 15:30:29 IP : 115.87.137.105


ความเห็นที่ 5 (3243028)

 ขอบคุณมากๆ ครับ (เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย ถึงแม้ไม่ใช้คนก่อ แต่เป็นคนร่วม)  มีการทิ้งท้าย  ขอบคุณอีกครั้งครับคุณ pup

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ต้อง แดนอีสาน วันที่ตอบ 2011-04-21 10:33:03 IP : 110.77.241.35


ความเห็นที่ 6 (3245769)

ธนาคารนี้โหดร้ายมาก เราเพิ่งเจอกับตัว ไม่ผ่อนปรนจะยึดรถอย่างเดียว

ลองคีย์คำว่ายึดรถในกูเกิ้ล มันจะขึ้นมาเลย "ยึดรถ ธนชาติ"  แสดงว่ามีคนเดือดร้อนเยอะมาก!

ใครจะใช้บริการคิดดูให้ดีนะ ระยะเวลา 4-5 ไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ มันไม่ผ่อนปรน ส่งเงินไปแล้วจะเสียเปล่า!

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ่านดู (pda11-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-05-22 20:26:00 IP : 182.52.82.92


ความเห็นที่ 7 (3269902)

มันโหดมากครับ ถ้าเรื่องฟ้องถึงศาลแล้ว มันบวกค่า ส่งฟ้อง ค่า ห่าเหวมัน ผมโหดบวกเพิ่มไป 160,000 ครับพี่น้องแมร่ง บริสัสฉิบหาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ppo วันที่ตอบ 2011-11-30 10:08:26 IP : 49.0.111.2


ความเห็นที่ 8 (3648189)

ค่ะดิฉันก็พึ่งเจอกับตั๋ว ถ้าเราไม่ได้จ่ายเขา 1 เดือนเขาคิดค่าปรับ 1600 โหดมากจิงๆไม่ได้จ่ายจะเข้าสามเดือนมายึดรถเลยค่ะ คือรายเดือน เดือน 7025 บาท ต้องจ่ายให้มันสามเดือน มันบวกกับค่าติดตามค่าทวงถามมันคิดไป 40000 คิดดูว่ามันเอากำไลเท่าไรบวกอะไรกันนักหนา ก็ไม่รู้พอกันทีกับบริษัทนี้  ขอให้มันตกนรกมกไหม้ ขูดเลือดขูดเนื้อกับคนทุกยาก ขอให้พวกมันไม่ตายดี

 

ผู้แสดงความคิดเห็น tt วันที่ตอบ 2014-05-31 09:08:52 IP : 223.205.230.252


ความเห็นที่ 9 (3651445)

ผมก็อีกรายครับที่ตกเป็นเหยื่อของ ธ. นี้ แม่งจะยึดลูกเดียว ไม่ให้โอกาส ไม่สนใจใยดี กูมีหน้าที่ยึดกูก็จะยึดลูกเดียว มันมายึดที่บ้านผมมีเงินให้ 2 งวดมันยังไม่ยอม มันให้จ่ายเลย 4 งวด ค่าปรับและค่าติดตามอีก 9,000 กว่าบาท ตอนนี้มันเอารถไปแล้ว ผมไปตอดต่อขอจ่าย 2 งวดที่ ธ.มันก็ไม่ยอม ขอฝากไไว้านะคับว่าจะทำสินเชื่อกับ ธ.นี้ต้องคิดให้ดี เราจ่ายช้าแค่ 5 วัน มันปรับ 1,600 บาท อันนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผม

ผู้แสดงความคิดเห็น สหรัฐ วันที่ตอบ 2014-06-06 10:20:21 IP : 223.205.44.39



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.